คอเลสเตอรอล ภัยเงียบ (ร้าย) ใกล้ตัว!

 

 

ไข่แดง

คอเลสเตอรอล ภัยเงียบ (ร้าย) ใกล้ตัว! (Men’s Health)
ที่มา มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย

ช่วงหลัง ๆ นี้ผมได้มีโอกาสติดตามข่าวสารทางหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะข่าวสารเรื่องสุขภาพที่มักจะติดอ่านเป็นพิเศษ เพราะตัวผมมีปรัชญาในการใช้ชีวิตว่า จะพยายามดูแลร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงรับปี 2010 และดียิ่ง ๆ ขึ้นตลอดไป ระหว่างที่อ่านข่าวทำให้รู้ว่าพักหลังผู้คนทั่วโลก มักป่วยเป็นโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดมากทีเดียว ทั้งในยุโรป อเมริกา และแถบเอเชีย และในแต่ละปี โรคหลอดเลือดหัวใจเป็นสาเหตุการตายอันดับต้น ๆ ในเมืองไทย

ส่วนสาเหตุนั้นก็มาจากหลาย ๆ ปัจจัยด้วยกันหนึ่งในนี้คือ การที่ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นจนเป็นสาเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือดตามมา ฟังแล้วประมาทไม่ได้จริง ๆ เมื่อรู้เช่นนี้แล้วทำให้พวกเรายิ่งต้องเพิ่มการดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากเป็นพิเศษ ต้องหมั่นออกกำลังกาย และไม่กินอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าประเดี๋ยวโรคภัยจะถามหาเสียก่อน

ผศ.ดร.ศรีวัฒนา ทรงจิตสมบูรณ์ สำนักงานวิจัย คณะแพทยศาสตร์ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจไว้ในเว็บไซต์ www.healthsquare.org ว่าคอเลสเตอรอล (Cholesterol) เป็นไขมันชนิดหนึ่งที่ร่างกายใช้สร้างเป็นเยื่อบุเซลล์ สร้างเป็นฉนวนหุ้มเส้นประสาท สร้างฮอร์โมนต่าง ๆ ที่สำคัญคือฮอร์โมนเพศ

นอกจากนี้ยังใช้สร้างเกลือน้ำดีซึ่งช่วยในการย่อยอาหาร ร่างกายของเราได้รับคอเลสเตอรอลจาก 2 ทาง คือ

1.อาหารที่มาจากสัตว์ ทว่าอาหารที่มาจากพืชไม่มีคอเลสเตอรอล อาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูงอย่างเห็นได้ชัดคือ เครื่องในสัตว์ ไข่แดง และสัตว์ที่มีกระดอง เป็นต้น

2.ร่างกายสร้างขึ้นเองที่ตับ เมื่อตับได้รับคอเลสเตอรอลจากอาหารมาก การสังเคราะห์คอเลสเตอรอลในตับจะลดลง ในทางกลับกันถ้าลดปริมาณคอเลสเตอรอลในอาหาร ตับจะสร้างคอเลสเตอรอลขึ้นมาได้

สำหรับโรคหัวใจและหลอดเลือดนั้น มีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Cardiovascular Disease ซึ่งความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้เกี่ยวข้องกับระดับคอเลสเตอรอลในเลือดอย่างมาก ที่ผ่านมามีการทดลองมากมายที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างระดับคอเลสเตอรอลในเลือดกับการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด

จากการทดลองในปัจจุบันหลายครั้งพบว่าระดับไขมันในเลือดสูงยังก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคอื่น ๆ ได้อีก เช่น โรคสมองเสื่อม เป็นต้น ผลการวิจัยในต่างประเทศยังบ่งชี้ด้วยว่าการลดลงของคอเลสเตอรอลทั้งหมดทุก ๆ 1 เปอร์เซ็นต์ จะลดความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ได้ถึง 2 เปอร์เซ็นต์

ผมนึกถึงคำพูดที่กล่าวไว้ว่า You are what you eat ผมคิดว่าคงจะเป็นเรื่องน่ายินดีต่อสุขภาพอย่างยั่งยืนเลยล่ะครับ หากเรารู้จักรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อหัวใจ อาหารที่ว่านี้คืออาหารที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว และมีระดับคอเลสเตอรอลต่ำ รวมทั้งอาหารที่มีเส้นยอาหารสูง ผมได้ยินมาว่าชาวต่างประเทศไม่น้อยเริ่มหันไปศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่มีส่วนผสมของ Plant Stanol Ester ซึ่งที่ผ่านมาในต่างประเทศมีบางคนก็เริ่มรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีส่วนผสมดังกล่าว เพราะมองว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ควรคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อหัวใจ

บางทีผมก็สงสัยเหมือนกันว่า เมื่อคอเลสเตอรอลสูงแล้วทำให้เกิดโรคหัวใจได้อย่างไร เมื่อได้อ่านข้อมูลที่เป็นเอกสารจากมูลนิธิหัวใจได้อย่างไร เมื่อได้อ่านข้อมูลที่เป็นเอกสารจากมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย จึงได้ทราบว่าปกติภายในหลอดเลือดจะมีผิวเรียบลื่นสม่ำเสมอ แต่เมื่อมีคอเลสเตอรอลมาจับที่ผนังหลอดเลือดจนพอกหนาเป็นตะกรันไขมัน (Plague) การสะสมของตะกรันไขมันทำให้หลอดเลือดค่อย ๆ ตีบลง ดังนั้น หัวใจจึงต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อดันให้เลือดเคลื่อนที่ผ่านไปได้ ตะกรันไขมันสามารถขวางกั้นระบบไหลเวียนเลือดในหลอดเลือดใหญ่ที่ไปเลี้ยงหัวใจ หรือสมองทำให้อวัยวะขาดเลือด เกิดกล้ามเนื้อหัวใจวาย หรือหลอดเลือดในสมองตีบได้

ส่วนแนวทางการป้องกันไม่ให้เป็นโรคหลอดเลือดและหัวใจก็คือ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และควบคุมน้ำหนักตัว รวมทั้งออกกำลังกายสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นหลักสำคัญที่จะช่วยให้มีสุขภาพดี ตามที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้ว

ตอนที่ผมคลิกเข้าไปในเว็บไซต์ www.heartandcholesterol.com จึงได้รู้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า วิธีการกินอาหารเพื่อลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดนั้น สามารถทำได้ นั่นคือการรับประทานคอเลสเตอรอลไม่เกินวันละ 200 มิลลิกรัม เมื่อคุณรับประทานอาหารในแต่ละวัน ซึ่งให้พลังงานรวมอย่างเพียงพอแล้ว คุณก็ต้องรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับปกติเช่นกัน

ไม่เพียงแต่เท่านี้คุณยังต้องรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันไลโนเลอิก (Linoleic Acid) โดยสม่ำเสมอ ซึ่งพบได้ประมาณร้อยละ 50 ในน้ำมันพืชบางชนิด เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด ทั้งนี้การรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันไลโนเลอิกประมาณร้อยละ 7-10 ของพลังงานที่ได้รับ (เช่น วันหนึ่งต้องการพลังงาน 2,000 กิโลแคลอรี ควรได้กรดไลโนเลอิกประมาณ 16-22 กรัม ซึ่งได้จากน้ำมันถั่วเหลืองประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ) จะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ เพราะมีการเปลี่ยนคอเลสเตอรอลอิสระ ให้เป็นคอเลสเตอรอลไลโนเลเอทเพิ่มขึ้น ทำให้มีการเผาผลาญคอเลสเตอรอลที่ตับเพิ่มมากยิ่งขึ้น

ที่สำคัญคือ คุณต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น กะทิ ไขมันจากสัตว์ หนังสัตว์ เนื้อสัตว์ที่มีมันติดมาก ๆ เช่น หมูสามชั้น เพราะกรดไขมันอิ่มตัวส่วนใหญ่ ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คอเลสเตอรอลเป็นภัยร้ายใกล้ตัว เราต้องรู้เท่าทัน อย่าปล่อยให้คุกคามคุณจนถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ อยากแนะนำให้คุณถือโอกาสหลังปีใหม่นี้ เริ่มปฏิวัติเรื่องการกินและการดูแลตัวเองอย่างจริงจัง

Plant Stanol คือสารสกัดซึ่งมีส่วนช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอล โดยจะทำงานกับระบบในร่างกายเพื่อป้องกันการดูดซึมไขมันเลว ไม่ให้เข้าสู่กระแสเลือด สกัดมาจากพืชธรรมชาติ ซึ่งมีอยู่ในข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวไรย์ และพืชอื่นๆ อีกหลายชนิด ที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยลดคอเลสเตอรอลได้
คุณระดับไขมันในเลือดให้ปกติ

1.หลีกเลี่ยงอาหารพวกไข่แดง เครื่องในสัตว์ เนื้อติดมัน สมองสัตว์ อาหารทะเลบางชนิด

2.หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัว เช่น เนย ควรใช้ไขมันไม่อิ่มตัว อย่างเช่น น้ำมันรำข้าวแทน

3.ลดการบริโภคน้ำตาล และของหวานต่าง ๆ

4.เปลี่ยนวิธีการปรุงอาหารเป็น นิ่ง ต้ม ย่าง อบ แทนการทอดหรือผัด

5.รับประทานผักและผลไม้ที่มีใยอาหารสูง เช่น ผักคะน้า ผักกาด ส้ม ฝรั่ง

6.ควบคุมน้ำหนักอย่าให้มากเกินไป

7.ออกกำลังกายกายให้สม่ำเสมอ

8.ตรวจเช็คร่างกายอย่างสม่ำเสมอ





ขอขอบคุณข้อมูลจาก