การล้างพิษ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
 
 
เว็บย่อ: detox

การล้างพิษ คือ กระบวนการกำจัดของเสียและสารพิษแปลกปลอมที่ตกค้างอยู่ภายในร่างกายให้หมดไป

ระบบขับถ่าย (ล้างพิษ) จะเริ่มทำงานตั้งแต่ตอนที่เราเริ่มตื่นขึ้นมาเท่านั้น ซึ่งร่างกายของเราจะพร้อมขับถ่ายภายในหนึ่งชั่วโมงหลังจากที่ตื่นนอน และหากผ่านหนึ่งชั่วโมงไปแล้วร่างกายของเรายังไม่ได้ขับถ่ายของเสียออกไป ระบบขับถ่ายก็จะหยุดทำงานลงชั่วคราว[ต้องการอ้างอิง]

แต่ทั้งนี้การที่ร่างกายมีความคลาดเคลื่อนหรือผิดพลาดในระบบการล้างพิษไปบ้างสักวันสองวันนั้น (ไม่อาจขับถ่ายได้ตามปกติหลังจากที่ตื่นนอนตอนเช้า ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม) จะยังไม่ส่งผลกระทบต่อระบบภายในร่างกายเท่าใดนัก และไม่ถึงกับทำให้ร่างกายล้มป่วยได้ทันที แต่เราก็ไม่ควรชะล่าใจ ซึ่งเมื่อผ่านช่วงเวลานั้นไปแล้ว เราควรรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้กลับเข้าสู่การล้างพิษตามระบบตามธรรมชาติโดยทันที เพื่อที่ระบบการล้างพิษภายในร่างกายจะยังไม่ถึงกับเสียสมดุลไป เพราะหากปล่อยพฤติกรรมเช่นนี้ทิ้งไว้นานๆ ร่างกายจะเริ่มเสียสมดุลมากขึ้นเรื่อยๆ และนำไปสู่อาการเจ็บป่วยได้ในที่สุด

นอกจากนี้วิถีการดำเนินชีวิตและพฤติกรรมการกินการอยู่ของคนเราในแต่ละวันยังอาจส่งผลกระทบให้ระบบการล้างพิษภายในร่างกายทำงานผิดปกติไป จึงกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ปริมาณของเสียและสารพิษภายในร่างกายมีมากเกินกว่าที่ระบบการล้างพิษตามธรรมชาติจะสามารถจัดการกับตัวของมันเองได้ (ร่างกายไม่สามารถล้างพิษได้เองตามธรรมชาติ) ซึ่งหากว่าร่างกายของเรามีของเสียและสารพิษเหล่านั้นสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ย่อมเป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ นานา ตั้งแต่โรคเรื้อรังทั้งหลายไปจนถึงโรคมะเร็ง[ต้องการอ้างอิง]

อุจจาระ ปัสสาวะ น้ำมูก น้ำลาย ขี้ตา ขี้ฟัน อาเจียน เรอ ผายลม หาว ฯลฯ ล้วนเป็นผลของกระบวนการล้างพิษของร่างกายตามธรรมชาติทั้งสิ้น ดังนั้นหากเราเข้าใจถึงระบบการล้างพิษ (ขับพิษ) ภายในร่างกายของเราอย่างถ่องแท้แล้ว เราย่อมสามารถเอาชนะพิษร้ายทั้งหลายที่อยู่ภายในตัวของเราได้โดยไม่ยาก

โดยปกติแล้วถ้าภายในร่างกายของเรามีของเสียและสารพิษสะสมในปริมาณที่เป็นอันตรายถึงขั้นที่จะสามารถก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บขึ้นได้ ร่างกายย่อมจะส่งสัญญาณเตือนออกมาให้เราได้รับทราบว่ามันกำลังต้องการความช่วยเหลือและความเอาใจใส่จากเรา เสมือนเป็นสัญญาณเพื่อบ่งบอกให้เราทราบล่วงหน้าว่าถึงเวลาที่เราจะต้องดูแลเอาใจใส่ตัวเองให้มากขึ้นกว่าเดิม ด้วยการล้างพิษเพื่อขับของเสียและสารพิษให้ออกไปจากร่างกาย ซึ่งมีข้อสังเกตดังต่อไปนี้[ต้องการอ้างอิง]

  • ร่างกายอ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย ไม่ค่อยมีแรง เซื่องซึม หดหู่ใจ ไม่กระปรี้กระเปร่า
  • มีอาการของโรคภูมิแพ้ มักแพ้อะไรง่าย เช่น แพ้กลิ่นต่างๆ แพ้อากาศบ่อยๆ ฯลฯ
  • มีภูมิต้านทานโรคต่ำ ทำให้ไม่สบายหรือเป็นหวัดได้ง่าย
  • ปวดศีรษะ มึนงงบ่อยๆ หรืออาจปวดถึงขั้นเป็นไมเกรน
  • มีสิวและผดผื่นขึ้น
  • นอนหลับยาก หรือรู้สึกว่านอนไม่พอ
  • มีกลิ่นปาก หรือมีแผลในช่องปาก
  • จุกเสียด แน่นท้อง ปวดท้องเป็นประจำ เนื่องจากระบบการย่อยอาหารมีปัญหา มักเป็นโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและลำไส้
  • ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น
  • ระบบขับถ่ายมีปัญหา ท้องผูกเป็นประจำ หรือท้องเสียง่าย เป็นริดสีดวงทวาร
  • เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
  • อารมณ์แปรปรวนง่าย ประสาทตึงเครียด
  • ผิวหมองคล้ำ เกิดริ้วรอยง่าย ผิวแห้งและหยาบกร้าน ดูแก่กว่าวัย
  • มักปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อหรือข้อต่อต่างๆ
  • ขี้ลืม สมองไม่ปลอดโปร่ง คิดอะไรไม่ค่อยออก
  • ฯลฯ

การแพทย์ทางเลือกหลายแขนงพยายามเผยแพร่วิธีการล้างพิษวิธีต่างๆ เช่น วิธีล้างพิษด้วยการกินอาหาร แต่วิธีเหล่านี้ยังขาดหลักฐานสนับสนุนว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ[1] กองทุน sense about science ของอังกฤษกล่าวชัดแจ้งว่า ผลิตภัณฑ์ล้างพิษส่วนใหญ่ขาดหลักฐานสนับสนุน ถือได้ว่าเป็นการเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์[2][3]

[แก้] วิธีการล้างพิษ

เมื่อถึงเวลาที่ร่างกายไม่สามารถจัดการล้างพิษให้กับตัวเองตามระบบธรรมชาติได้ ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องเข้าไปช่วยสร้างกระบวนการล้างพิษให้กับร่างกาย ซึ่งในปัจจุบันได้มีวิธีการล้างพิษในหลายๆ รูปแบบด้วยกัน ดังต่อไปนี้ 1. การทำดีท็อกซ์ (หรือการสวนทวาร) ซึ่งถือเป็นวิธีการล้างพิษที่ตกค้างอยู่ในระบบทางเดินอาหารได้เป็นอย่างดี[ต้องการอ้างอิง] แต่ทั้งนี้ก็ควรจะต้องมีการศึกษาข้อมูลและขั้นตอนการปฏิบัติให้ละเอียดก่อนที่จะลงมือปฏิบัติจริง

2. การล้างพิษด้วยน้ำ โดยการดื่มน้ำเปล่าในตอนเช้าหลังจากที่ตื่นนอน หรือการดื่มน้ำสมุนไพรอุ่นๆ* ทั้งวันแทนการดื่มเครื่องดื่มที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น น้ำอัดลม กาแฟ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ฯลฯ ซึ่งจะสามารถล้างพิษที่ตกค้างอยู่ในระบบของเหลวภายในร่างกาย (ระบบเลือด น้ำเหลือง ฯลฯ) ด้วยการขับสารพิษออกมาทางเหงื่อ และปัสสาวะ[ต้องการอ้างอิง]

3. การล้างพิษด้วยกระบวนการหายใจที่ถูกต้อง เช่น วิธีการหายใจแบบโยคี คือหายใจเข้าท้องพอง หายใจออกท้องแฟบ ซึ่งนอกจากจะทำให้ร่างกายได้รับก๊าซอ็อกซิเจนในปริมาณมากขึ้นแล้ว ยังสามารถไล่อากาศเสียภายในร่างกายออกไปได้มากกว่าเดิมอีกด้วย[ต้องการอ้างอิง] นอกเหนือไปจากนี้ก็ยังมีการล้างพิษในรูปแบบอื่นๆ อีก อาทิเช่น การล้างพิษด้วยการอดอาหาร การใช้พิษล้างพิษ การล้างพิษด้วยการกระตุ้นจักระภายในร่างกาย ฯลฯ

…หลังจากที่ของเสียและสารพิษภายในร่างกายถูกขับออกไปแล้ว ร่างกายก็จะกลับคืนสู่สภาวะสมดุลอีกครั้งหนึ่ง และเมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะสมดุลก็ย่อมห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวง[4]

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ Mayo Clinic Website
  2. ^ Scientists dismiss detox schemes
  3. ^ No proof so-called detox products work: scientists
  4. ^ บูรพา ผดุงไทย, กินอย่างฤๅษีล้างพิษ พิชิตโรค, หจก. ส เจริญการพิมพ์, พ.ศ. ๒๕๕๐, พิมพ์ครั้งที่ 1