แบล็ค เซซามีน (Black Sesamin)

แบล็ค เซซามีน น้ำมันงาดำ (Black Sesamin)

น้ำมันงาดำ 1,000 มิลลิกรัม 
สำหรับผู้มีปัญหา ปวดข้อ ปวดเข่า กระดูกพรุน บาง เสื่อม 
และต้องการมีสุขภาพที่ดี
"ให้ธรรมชาติรักษาธรรมชาติ"
น้ำมันงาดำราชันย์แห่งธรรมชาติบำบัด
ในน้ำมันงาดำ มีแร่ธาตุและสารอาหารมากมาย
สามารถใช้ในการดูแลสุขภาพและบำบัดรักษาโรคได้ เช่น

-โรคไขข้อเสื่อมและอักเสบ
-โรคปวดหัวเรื้อรังและไมเกรน
-โรคปวดไหล่และหลังเรื้อรัง

กระแสที่มาแรงที่ปลุกความสนใจของนักวิทยาศาสตร์ที่มีต่องาดำ คือผลการวิจัยเกี่ยวกับการป้องกันมะเร็ง และประสิทธิภาพในการชะลอและหยุดการแพร่ของเชื้อมะเร็ง เป็นความหวังอีกอย่างหนึ่งให้แก่ผู้ป่วยเหล่านี้
การรับประทานงาดำเป็นอาหารเสริมนั้นควรอยู่ในรูปของน้ำมันเย็นสกัด ด้วยความดันสูง และบรรจุในแคปซูลที่ป้องกันแสงและอากาศเพื่อไม่ให้ทำปฏิกิริยากับน้ำมัน เพราะสารเหล่านี้มีสภาพคงตัวและละลายได้ดีในรูปของน้ำมัน
การสกัดเพื่อนำไปใช้เป็นอาหารเสริมในรูปแบบไม่เป็นธรรมชาตินั้นขัดกับหลักชีวะโมเลกุล อีกทั้งยังทำให้ได้สารที่ต้องทำงานด้วยกันไม่ครบถ้วน
การรับประทานงาดำให้ได้ประโยชน์นั้นจึงควรอยู่ในรูปเมล็ดงาบดละเอียดหรือน้ำมันงาดำสกัดเย็นเท่านั้น ท่านถึงจะได้ประโยชน์ทางด้านสุขภาพมากที่สุดจากงาดำ

เครดิตจาก หนังสือไม่เจ็บ ไม่แก่ ไม่ป่วย สวยด้วย
น้ำมันงาดำ ราชันย์แห่งธรรมชาติบำบัด
โดย ดร.พล ภูผาวัฒนากิจ
แพทย์ศาสตร์ธรรมชาติบำบัดและ
การแพทย์แผนตะวันออก

สงสัยกันมั๊ย..??
เราควรจะเลือกการรับประทานงาดำ 
แบบทั้งเมล็ด หรือ แบบน้ำมันงาดำดี
การรับประทานงาดำในรูปแบบทั้งเมล็ดนั้น จุดเด่นที่คนส่วนใหญ่ทั่วไปคิดได้อย่างรวดเร็วเลยก็คือ ประหยัดค่าใช้จ่าย งาดำหนึ่งถุงซื้อจากตลาดมาราคาไม่แพง ซื้อมาคั่ว แล้วเก็บไว้โรยอาหารหรือเครื่องดื่ม เก็บไว้รับประทานได้นาน ในขณะที่น้ำมันงาดำนั้นมีราคาต่างกันเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับการซื้อแบบเป็นเมล็ดงาดำ
ในความจริงแล้ว การรับประทานงาดำแบบทั้งเมล็ดนั้น ทำให้ร่างกายไม่สามารถได้รับสารสำคัญที่มีอยู่ในงาดำได้อย่างเต็มที่ หรือกล่าวได้ว่าได้รับในปริมาณที่น้อยนิดจากความเป็นจริงที่ควร 
เหตุผลก็คือ งาดำที่เราเห็นนั้น ถึงแม้ว่าเมล็ดงาจะเล็กจิ๋วริ๋ว แต่ทว่างานั้นมีโครงสร้างภายนอกที่แข็งแรง และระบบย่อยอาหารของเรานั้นไม่สามารถบดย่อยเมล็ดงาดำนั้นให้แตกละเอียดได้หมด
จึงเกิดคำถามต่อมาว่า 
ถ้าอย่างนั้น เราก็นำเมล็ดงาดำนั้น มาคั่วแล้วบดละเอียดก็ได้

ถ้าทำอย่างนี้แล้วร่างกายเราคงได้รับสารอาหารสำคัญที่มีในเมล็ดงาดำนั้นได้อยางเต็มที่
การที่เราเลือกบดงาดำให้ละเอียดก่อนรับประทานนั้นถือว่าถูกต้อง ถ้าเรามั่นใจว่าเมล็ดงาดำที่เรานำมาบดนั้นไม่มีเชื้อราและสารปนเปื้อนใดๆ เพราะตาเปล่าเราไม่สามารถมองเห็นสารพิษปนเปื้อนได้ และจะทำให้เราจะได้รับสารพิษเหล่านี้ โดยเฉพาะ สารพิษอาฟล่า (Afla Toxin) ที่พบได้ในเมล็ดงาดำเข้าร่างกายไปด้วย
ซึ่งสารพิษนี้มีผลร้ายกับตับและไต ก่อให้เกิดมะเร็งตับได้ และการที่เราคั่วงาดำก่อนนำมาบดนั้น
แท้จริงกลิ่นหอมที่ได้จากการคั่วงาดำนั้นคือกลิ่นงาไหม้ เพราะน้ำมันที่อยู่ในงาดำนั้นมีจุดเผาไหม้ที่ต่ำมาก งาที่ถูกคั่วไหม้นั้นจะกลับกลายเป็นของเสียและสารก่อมะเร็ง (Carcinogen)
ซึ่งเราก็จะได้รับประทานงาดำที่มีสารก่อมะเร็งเข้าไปด้วยการที่จะทำให้เมล็ดงาดำนั้นเกิดสรรพคุณได้อย่างเต็มคุณค่าสำหรับการบริโภคนั้น จำเป็นจะต้องผ่านกระบวนการที่ถูกต้องเพื่อคงความบริสุทธิ์เข้มข้นเอาไว้ และเพื่อที่จะรักษากรดไขมันดีในน้ำมันงาดำที่เป็นประโยชน์และจำเป็นต่อร่างกายเราในการนำมาใช้ซ่อมแซมและเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอของร่างกายนั้น

น้ำมันงาดำนั้นก็ควรจะเป็นแบบสกัดเย็นที่ไม่ผ่านความร้อน ซึ่งเป็นตัวทำลายกรดไขมันที่ดีไปหมด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านธรรมชาติบำบัดแนะนำว่า ในหนึ่งวัน ร่างกายเราควรได้รับปริมาณแคลลอรี่ 1 ใน 10 จากกรดไขมันที่ดี
น้ำมันงาดำสกัดเย็นที่ดีนั้น ควรจะถูกบรรจุอย่างมิดชิดหลังขั้นตอนการสกัดเย็นเพื่อเก็บรักษาคุณประโยชน์และสารอาหารสำคัญไว้ เช่น นำมาบรรจุไว้ในรูปแบบแคปซูล ซึ่งถือว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ดีมากรูปแบบหนึ่งเพราะสารอาหารสำคัญต่างๆในงาดำมีความไวต่อแสงและอากาศอย่างมาก การเปิดบรรจุภัณฑ์ของน้ำมันงาดำบ่อยๆ เช่น บรรจุภัณฑ์ที่เป็นรูปแบบขวด จะทำให้น้ำมันงาดำเสื่อมประสิทธิภาพและเป็นอันตรายได้หากบริโภคเข้าไป หากเลือกที่จะใช้น้ำมันงาดำในรูปแบบขวด ก็ควรจะซื้อเป็นขนาดเล็กที่เราสามารถใช้ให้หมดได้เร็วที่สุด
เพื่อหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงสภาพหรือเสื่อมประสิทธิภาพของน้ำมันงาดำ ดังนั้น 
การเลือกรับประทานน้ำมันงาดำสกัดเย็นที่บรรจุในแคปซูลนั้น นับว่าเป็นการเลือกบริโภคน้ำมันงาดำที่จะทำให้เราได้รับประโยชน์จากสารอาหารสำคัญในงาดำได้อย่างดี

880 บาท
จำนวน: